5 สถานที่ต้องไปในเจแปนแอลป์ตอนเหนือ!

16 พ.ค. 2022

โตเกียวทาวเวอร์ วัดน้ำใส ภูเขาไฟฟูจิ ยูนิเวอร์แซลเจแปน เรือโจรสลัดกับไข่ดำที่ฮาโกเนะ... ถ้าไปมาครบแล้ว คราวหน้าลองไปเที่ยวธรรมชาติและภูเขาที่เจแปนแอลป์มั๊ย?

เนื้อหาบทความ

  1. 1. เจแปนแอลป์คืออะไร
  2. 2. สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ 5 แห่งในเจแปนแอลป์ตอนเหนือ
  3. 2.1. คามิโคจิ (Kamikochi)
  4. 2.2. ฮาคุบะ (Hakuba)
  5. 2.3. โนริคุระ (Norikura)
  6. 2.4. เส้นทางทาเตยามะคุโรเบะอัลไพน์ (Tateyama Kurobe Alpine Route)
  7. 2.5. ชินโฮทากะโรปเวย์ (Shin-Hotaka Ropeway)
  8. 3. การเดินทางไปเจแปนแอลป์ตอนเหนือ
  9. 3.1. การเดินทางไปคามิโคจิ
  10. 3.2. การเดินทางไปฮาคุบะ
  11. 3.3. การเดินทางไปมัตสึโมโต้
  12. 3.4. การเดินทางไปโนริคุระ
  13. 3.5. การเดินทางไปเส้นทางทาเตยามะคุโรเบะ
  14. 3.6. การเดินทางไปชินโฮทากะ
ภูเขายาริ Yarigatake) และเส้นทางเดินเทรกกิ้งโอโมะเตะกินซ่า (Omote Ginza Trail)

เจแปนแอลป์คืออะไร

เริ่มกันที่คำถามว่าเจแปนแอลป์ (Japanese Alps) คืออะไรและอยู่ที่ไหน เจแปนแอลป์เป็นเทือกเขาสำคัญทางตอนกลางของเกาะฮอนชู แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ (เทือกเขาฮิดะ) เทือกเขาแอลป์ตอนกลาง (เทือกเขาคิโสะ) และเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ (เทือกเขาอะกะอิชิ) รวมเรียกว่า “เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น” เรียกได้ว่าเป็นหลังคาของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ได้

 

เทือกเขาแอลป์ตอนเหนือตั้งอยู่บนเส้นแบ่งเขตจังหวัดนากาโนะ กิฟุและโทยามะ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติจูบุซังกะคุ (Chubu Sangaku National Park) และยังเป็นที่ตั้งของยอดเขาที่มีความสูงมากกว่า 3,000 เมตรกว่า 10 แห่งในจำนวนทั้งหมด 21 ยอดในเทือกเขาเจแปนแอลป์

 

เฉพาะในเทือกเขาเจแปลแอลป์ตอนเหนือยังสามารถแบ่งย่อยออกไปอีก 3 ส่วน ได้แก่ บริเวณยาริ/โฮทากะ บริเวณทาเตะยามะ/ฮาคุบะ/สึรุกิ และบริเวณอนทาเกะ/โนะริคุระ

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ 5 แห่งในเจแปนแอลป์ตอนเหนือ

บทความนี้เราขอเสนอสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติทั้ง 5 แห่ง ที่รับรองว่าใครไปก็ไม่ผิดหวังแน่นอน ดังนี้ค่ะ

คามิโคจิ (Kamikochi)

ไม่ต้องแนะนำมาก หลายคนก็คงรู้จักกันดีกับ “”คามิโคจิ” หุบเขาที่สวยราวกับภาพวาดแห่งนี้ แนะนำให้ทุกคนลงจากรถบัสที่ป้ายรถบัสบึงไทโช แล้วเดินชมธรรมชาติไปตามลำน้ำใสที่ไหลผ่านหุบเขา แวะชมบึงต่างๆ สะพานคัปปะ และถ้ามีกำลังและเวลาก็เดินไปให้ถึงบึงเมียวจินเลย อุทยานแสนสวยแห่งนี้เปิดให้เข้าไปเยือนได้ตั้งแต่ 17 เมษายน จนถึง 15 พฤศจิกายนของทุกปี

ต้นไม้สีเขียวสดเพิ่งผลิใบช่วงต้นฤดูร้อนในคามิโคจิ (กลางพ.ค. - กลางมิ.ย.)

ปีนภูเขายาเกะ (Mt. Yake) ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่

อ่านเพิ่มเติม: 1 วันกับทริปปีนภูเขาไฟยาเกะ (Mt. Yake)

 

สำหรับใครที่อยากจะพิชิตยอดเขาที่อยู่เหนือถัดขึ้นไปจากคามิโคจิ ก็มีหลายยอดให้ท้าทายพละกำลัง ทั้งภูเขายาริ (Yarigatake) และยอดต่างๆบนเทือกเขาโฮทากะ เช่น โอะคุ-โฮทากะ (Oku-Hotaka)  มาเอะ-โฮทากะ (Mae-Hotaka)  และคิตะ-โฮทากะ (Kita-Hotaka) ซึ่งยอดเขาเหล่าล้วนเหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การปีนเขาเท่านั้น ใครที่ประสบการณ์ยังน้อยแนะนำให้ลองภูเขายาเกะ (Yaketake) หรือภูเขาโจกาทาเกะ (Chogatake) ไปก่อนค่ะ

คาราซาวะเซิร์กช่วงพีคฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

นอกจากยอดเขาที่ได้กล่าวมาข้างต้น ก็ยังแนะนำ “คาราซาวะเซิร์ก” และ “ดาเกะซาวะเซิร์ก” สำหรับนักเดินเขามือใหม่ ถึงแม้ว่าจะไปแค่ครึ่งทางไม่ถึงยอด แต่รับรองว่าให้คะแนนวิวเต็มสิบเลย

 

อ่านเพิ่มเติม: พาเดินเขาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่คาราซาวะเซิร์ก

ฮาคุบะ (Hakuba)

ฮาคุบะเป็นหนึ่งในลานสกีระดับโลกและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้เล่นสกีและสโนว์บอร์ดจากทั่วโลก น่าเสียดายที่ในฤดูอื่นๆไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากเท่าไหร่ ทั้งๆที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางภูเขาสวยๆมากมาย หากคุณชอบคามิโคจิ รับรองว่าคุณก็จะชอบฮาคุบะด้วยเช่นกัน

บึงฮาคุบะฮัปโป (Hakuba Happo Pond)

บึงฮาคุบะฮัปโปเป็นหนึ่งสถานที่ที่แอดมินชอบมากที่สุดในฮาคุบะ บึงสวยงามแห่งนี้อยู่ระหว่างทางไปยอดเขาคารามัตสึ (Mt. Karamatsu) บนความสูง 2,060 เมตรเหนือน้ำทะเล หากสภาพอากาศเป็นใจ จะสามารถเห็นยอดเขาทั้งสามแห่งฮาคุบะ (Three Peaks of Hakuba) ได้บนผิวน้ำ (ภูเขาทั้งสามแห่งฮาคุบะที่ว่า ได้แก่ Mt. Shirouma Mt. Yakushi และ Mt.Shirouma-Yarigatake)

บีงฮาคุบะฮัปโป สะท้อนภาพยอดเขาต่างๆบนผิวน้ำที่นิ่งสนิทราวกับกระจก

กอนโดล่าและสกีลิฟต์จะพาคุณไปยังความสูง 1,830 เมตรภายในเวลาไม่กี่นาที จากนั้นก็ได้เวลาเดินเท้าจากบ้านพักสำหรับนักปีนเขา “Hakuba-ike Sanso“ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงบังฮัปโปแล้ว

 

อ่านเพิ่มเติม: เดินเขาเบาๆไปบึงฮัปโป (ใครชอบคามิโคจิ รับรองไม่ผิดหวัง)

อุทยานธรรมชาติสึกาอิเกะ (Tsugaike Nature Park)

วิวของทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สีเหลืองทองที่มีทางเดินไม้ทอดยาวออกไป และมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงแบบนี้ รับรองได้ว่าต้องเป็นทุ่งหญ้า Watasuge ที่อุทยานธรรมชาติสึกาอิเกะแน่นอน

ทางเดินชมธรรมชาติที่สึกาอิเกะสามารถเดินได้อย่างสบายๆ เหมาะสำหรับทุกคนที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยมีระยะทางทั้งหมด 5.5 กม. และใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งในการเดินให้ครบ 1 รอบ จุดหมายของการเดินของหลายๆคน คือ การไปให้ถึงจุดชมหุบเขาไดเซ็กเค “Daisekkei” ซึ่งมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปี

 

อ่านเพิ่มเติม: ขึ้นโรปเวย์เดินชมใบไม้เปลี่ยนที่อุทยานธรรมชาติสึกาอิเคะ

ฮาคุบะเมาเท่นฮาเบอร์ (Hakuba Iwatake Mountain Harbor)

Hakuba Mountain Harbor หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในฮาคุบะ ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ บนหน้าผามีระเบียงชมวิวที่ยื่นออกไปหันหน้าไปทางภูเขา สามารถนั่งจิบกาแฟ รับประทานเบเกอรี่อร่อยๆพร้อมชมวิวไปพลางๆได้

Hakuba Mountain Harbor และยอดเขาทั้งสามแห่งฮาคุบะ (Three Peaks of Hakuba)

นอกจากวิวที่สวยลืมหายใจ ยังมีกิจกรรมต่างๆให้ทำอีกมากมายด้วย เช่น ขี่เมาเท่นไบค์ เดินป่า นั่งชิงช้า Yoo-hoo! Swing ขี่ mountain cart หรือ buggy cruise ก็มี

 

อ่านเพิ่มเติม: มหัศจรรย์แดนหิมะ “Hakuba Iwatake Mountain Harbor”

สวนพฤกษศาสตร์ฮาคุบะโกะริว (Hakuba Goryu Botanical Garden)

หากคุณชอบดอกไม้ แนะนำนั่งกอนโดล่า “Telecabin” จาก Hakuba Escal Plaza ไปยังสวนพฤกษศาสตร์ฮาคุบะโกะริวเพื่อชมดอกไม้เลย!

ในฤดูร้อน ดอกไม้ทั้งอัลไพน์และไม่อัลไพน์ต่างพลัดกันบานอวดโฉมกันตั้งแต่เดือนมิ.ย. – ก.ย. และจะบานสะพรั่งพร้อมกันมากที่สุดราวกลางเดือนก.ค. ที่นี่สามารถชมดอกโคะมะคุซะ (Komakusa) สีชมพู ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งดอกไม้อัลไพน์ได้ด้วยระหว่างเดือนมิ.ย. – ส.ค.

สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่สถานี Alps-daira ไปจนถึงสถานีลิฟต์ชั้นบนสุด จากตรงนั้นสามารถเดินเขาต่อไปภูเขา Kotomiyama (2,007 ม.) ได้ด้วย ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงไปกลับ

โนริคุระ (Norikura)

ถึงแม้โนริคุระจะไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก แต่ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนในเจแปนแอลป์ตอนเหนือ คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนละฤดูใบไม้ร่วง นอกจากจะอยู่ไม่ไกลจากคามิโคจิเพียงแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที สามารถใช้พาสรถบัส 2-Day Free Passport เพื่อความสะดวกสบายและประหยัดค่ารถบัส

ภูเขาโนริคุระ (ทาตามิไดระ)

ภูเขาโนริคุระ (Mt. Norikura) มียอดเขาสูงสุดที่ความสูง 3,026 ม. เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นภูเขาระดับความสูงเกิน 3,000 เมตรที่ปีนได้ง่ายที่สุดแห่งหนึ่ง ใช้เวลาปีนขึ้นลงเพียงแค่ประมาณ 3 ชั่วโมง นอกจากจะเดินทางสะดวกด้วยรถบัส ใกล้ๆกันยังมีทุ่งดอกไม้อัลไพน์และทะเลสาบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟให้ชมด้วย

 

ภูเขาแห่งนี้สามารถเดินทางไปได้ง่ายๆด้วยรถบัส Alpico และ Nohi ซึ่งจะพาคุณเดินทางไปจนถึงระดับความสูง 2,702 เมตร ภายในไม่อึดใจ เหลือความสูงเพียงอีกแต่ 300 เมตรให้พิชิตยอดเขา

ทะเลสาบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใกล้ๆกับยอดเขาโนริคุระ

วิวทิวทัศน์ตลอดทางบนถนนสาย Norikura Echoline จากที่ราบสูงโนริคุระ (โนริคุระโคเก็ง) เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง เพราะฉะนั้นอย่าหลับระหว่างทางล่ะ!

รถบัส Alpico กำลังวิ่งไปบนถนน Norikura Echoline ท่ามกลางสีเหลืองและส้มที่แต่งแต้มไปตลอดข้างทาง

ที่ราบสูงโนริคุระ (Norikura Highlands)

ที่ราบสูงโนริคุระ (Norikura Highlands หรือ Norikura Kogen) เป็นจุดที่ต้องมาต่อรถบัสเพื่อเดินทางต่อไปยังภูเขาโนะริคุระ ที่นี่มีน้ำตกและบึงสวยๆหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีออนเซ็นธรรมชาติให้แช่ผ่อนคลายร่างกาย สามารถเช่าจักรยานไฟฟ้า เมาเท่นไบค์ ขี่ไปจุดชมวิวต่างๆได้ หรือถ้าใครอยากจะออกแรงขาเดินเทรกเองก็ได้

คาเฟ่โดมใสที่บริเวณ Ichinose-enchi ห่างจากท่ารถบัสโดยขี่จักรยานไปเพียง 10 นาที กาแฟหอมๆกับวิวภูเขาสวยๆ อย่างนี้ต้องแวะสิ!
ทางเดินป่าไปสู่น้ำตก Zengoro ซึ่งสามารถมองเห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านได้ในตอนเช้า
บึง Maime ก่อนจะสิ้นสุดฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางทาเตยามะคุโรเบะอัลไพน์ (Tateyama Kurobe Alpine Route)

นักเที่ยวญี่ปุ่นหลายคนคงจะเคยมาเยือนเส้นทางทาเตยามะคุโรเบะอัลไพน์มาแล้วในฤดูใบไม้ผลิเพื่อชมกำแพงหิมะ แต่รู้หรือไม่ว่าในฤดูอื่นๆ เส้นทางชมวิวความยาวกว่า 90 กม.ที่ผ่านพาดเทือกเขาเจแปนแอลป์นี้ก็สวยน่าเที่ยวไม่แพ้กันเลย

กำแพงหิมะที่ทีชื่อเสียงที่สุดในโลก
เส้นทางทาเตยามะคุโรเบะช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ทุกอย่างรอบข้างกลายเป็นสีเหลืองทอง

ชินโฮทากะโรปเวย์ (Shin-Hotaka Ropeway)

ใครที่ชอบนั่งโรปเวย์ชมวิวสวยๆ ต้องที่นี่เลย! “ชินโฮทากะโรปเวย์” โรปเวย์ 2 ชั้นแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะพาทุกคนเดินทางจากความสูง 1,117 เมตร ไปจนถึง 2,159 เมตร เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาเจแปนแอลป์ตอนเหนือ ระหว่างทางที่ต้องต่อโรปเวย์ สามารถแวะแช่ออนเซ็นเท้า หรือถ้าอยากจะแช่ทั้งตัวก็มีให้แช่เหมือนกัน

 

นอกจากนี้ ที่สุดปลายทางสถานีโรปเวย์ Nishihotaka-guchi  สามารถเดินเขาไป Mt. Nishihomaruyama (2,452 เมตร) หรือจะเดินทะลุไป Kamikochi (1,500 เมตร) ก็ได้นะ

ถ้าไม่มีเส้นสีแดงคาด คงจะไม่ทันสังเกตุเห็นโรปเวย์ที่กลืนไปกับหิมะด้านหลังเลยทีเดียว

การเดินทางไปเจแปนแอลป์ตอนเหนือ

สถานที่ที่แนะนำไปข้างต้นล้วนแต่อยู่ในเขตภูเขา รถไฟไม่สามารถเข้าถึงได้ จะต้องต่อรถบัสเข้าไป สามารถดูตารางรถบัสและวิธีการเดินทางได้ที่ด้านล่างเลย

การเดินทางไปคามิโคจิ

การเดินทางไปคามิโคจิ จะต้องเดินทางด้วยรถบัสสาธารณะหรือแท็กซี่เท่านั้น ไม่สามารถเดินทางไปด้วยรถส่วนตัวได้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมามัตสึโมโต้หรือทาคายามะก่อนเพื่อต่อรถไฟและรถบัส หรือไม่ก็นั่งรถบัสตรงจากโตเกียวหรือโอซาก้าเลยก็ได้

 

ดูตารางรถบัสที่ไปคามิโคจิทั้งหมด >

ดูวิธีการเดินทางไปคามิโคจิอย่างละเอียด >

 

การเดินทางไปฮาคุบะ

การเดินทางไปฮาคุบะด้วยรถบัสเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะมีเส้นทางหลากหลายทั้งจากโตเกียว โอซาก้า นากาโนะ และสนามบินฮาเนดะและนาริตะ ถ้าหากมี JR East Pass สามารถนั่งชินคันเซ็นมาลงที่สถานีนากาโนะแล้วต่อรถบัสไปฮาคุบะเลยก็ได้

 

ดูตารางรถบัสที่ไปฮาคุบะทั้งหมด >

การเดินทางไปมัตสึโมโต้

เมืองมัตสึโมโต้เป็นเสมือนศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวในแถบเจแปนแอลป์ตอนเหนือเข้าด้วยกัน สามารถเดินทางไปเมืองมัตสึโมโต้ได้ทั้งโดยรถไฟและรถบัส Alpico

 

ดูตารางรถบัสที่ไปมัตสึโมโต้ทั้งหมด >

การเดินทางไปนากาโนะ

เมืองนากาโนะเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการเดินทางในจังหวัดนากาโนะเช่นเดียวกับเมืองมัตสึโมโต้ รถไฟชินคันเซ็นสามารถไปได้ไกลที่สุดแค่สถานีนากาโนะ ถ้าหากจะเดินทางไปฮาคุบะ โทกากุชิหรือทาเตยามะคุโรเบะแล้ว จะต้องมาต่อรถบัสที่เมืองนากาโนะ

 

ดูตารางรถบัสที่ไปนากาโนะและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงทั้งหมด >

การเดินทางไปโนริคุระ

กรณีที่จะเดินทางไปที่ราบสูงโนริคุระ แนะนำให้เดินทางเข้ามาจากฝั่งจังหวัดนากาโนะผ่านสถานีชินชิมะชิมะจะสะดวกสบายกว่า แต่หากจะเดินทางไปภูเขาโนริคุระ สามารถเดินทางจากฝั่งนากาโนะ (ต่อรถที่ที่ราบสูงโนริคุระ Norikura Kogen) หรือกิฟุ (ต่อรถที่ Honoki-daira) ก็ได้

 

ดูตารางรถบัสที่ไปโนริคุระจากฝั่งจ.นากาโนะ >

ดูตารางรถบัสที่ไปโนริคุระจากฝั่งจ.กิฟุ >

การเดินทางไปเส้นทางทาเตยามะคุโรเบะ

เส้นทางทาเตยามะคุโรเบะ สามารถเดินทางได้จากทั้งฝั่งจ.นากาโนะและจ.โทยามะ ช่วงฤดูกาลปีนเขาจะมีรถบัสตรงจากทั้งโตเกียว โอซาก้าไปถึงสถานี Ogizawa ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแอลป์ทางฝั่งนากาโนะ นอกจากนี้ก็ยังมีรถบัสจากสถานีนากาโนะไปถึง Ogizawa ด้วยเช่นกัน

 

ดูตารางรถบัสที่ไปทาเตยามะคุโรเบะทั้งหมด >

การเดินทางไปชินโฮทากะ

การเดินทางไปชินโฮทากะโรปเวย์สามารถเดินทางไปได้จากทั้งทาคายามะและมัตสึโมโต้ โดยจะต้องไปต่อรถ 1 ครั้งที่ฮิรายุออนเซ็น

 

ดูตารางรถบัสที่ไปชินโฮทากะจากมัตสึโมโต้ >

ดูตารางรถบัสที่ไปชินโฮทากะจากฝั่งจ.กิฟุ >

7 จุดไฮไลต์ที่ต้องแวะในคามิโคจิ

บทความที่คุณอาจสนใจ

(อัพเดตปี 2022) คู่มือแนะนำเที่ยวคามิโคจิฉบับเต็ม (เที่ยวเมื่อไหร่ เดินทางยังไง เปิดปิดเมื่อไหร่ เดินเที่ยวยังไง)

พาไปเทรกกิ้งชม “บึงฮัปโป” @ฮาคุบะ