10 ปีกับความรักในทิวทิศน์คามิโคจิของช่างภาพซาซาฮาระ ฮิซะโนะริ

26 ต.ค. 2018

เนื้อหาบทความ

  1. 1. ทิวทัศน์ธรรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลกับท้องฟ้าบนคามิโคจิที่พร่างพราวไปด้วยดวงดาว
  2. 2. ความรู้สึกตกหลุมรักทิวเขาที่เรียงรายกับสายน้ำสีฟ้าใสสะท้อนแสงระยิบระยับ
  3. 2.1. - อะไรที่ทำให้อาจารย์เริ่มต้นถ่ายภาพธรรมชาติในคามิโคจิ?
  4. 3. ค้นหาความงามที่ไม่มีที่ไหนเหมือนของทิวทัศน์คามิโคจิในแต่ละฤดูกาล
  5. 3.1. - อาจารย์ได้ถ่ายภาพคามิโคจิมาแล้วทุกฤดูกาล อาจารย์คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของคามิโคจิในแต่ละฤดู?
  6. 4. สายน้ำ ทางช้างเผือกและดวงดาว: ความกลมกลืนของวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ชมได้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่ค้างแรมในคามิโคจิ
  7. 4.1. - นอกจากภาพวิวทิวทัศน์แล้ว อาจารย์ยังถ่ายรูปดาวในคามิโคจิมาหลายปี อาจารย์คิดว่าอะไรที่ทำให้ท้องฟ้าที่นี่พิเศษกว่าที่อื่น?
  8. 5. มาร่วมสร้างความทรงจำที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตด้วยกล้องถ่ายรูปของคุณเองกับการถ่ายภาพดวงดาว
  9. 5.1. - อาจารย์จัดกิจกรรมสอนถ่ายภาพดาวที่โรงแรมเลอมิเอสต้าทุกเดือน อาจารย์ให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุดเวลาถ่ายภาพกับแขกที่มาร่วมกิจกรรม?
  10. 6. ข้อมูล
  11. 6.1. “กิจกรรมถ่ายภาพดวงดาว” กับอาจารย์ซาซาฮาระ ฮิซาโนะริ
  12. 6.2. เวลา
  13. 6.3. ค่าใช้จ่าย
  14. 6.4. อุปกรณ์ที่จำเป็น
  15. 6.5. KAMIKOCHI LEMEIESTA HOTEL

ทิวทัศน์ธรรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลกับท้องฟ้าบนคามิโคจิที่พร่างพราวไปด้วยดวงดาว

“การถ่ายภาพคามิโคจิได้เปลี่ยนชีวิตของผม” เป็นคำบอกเล่าจากอาจารย์ซาซาฮาระ ฮิซาโนะริ ช่างภาพที่ใช้เวลาเกือบทุกเดือนเดินทางมาคามิโคจิเพื่อถ่ายรูปวิวและท้องฟ้ายามราตรีของคามิโคจิมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา เดิมทีอาจารย์ซาซาฮาระไม่ได้เชี่ยวชาญในการถ่ายภาพทิวทัศน์เป็นพิเศษ แต่ปัจจุบันวนเวียนถ่ายรูปคามิโคจิอย่างจริงๆจังๆทุกฤดูกาลทั้งเช้า กลางวันและกลางคืน เพื่อถ่ายทอดความสวยงามของคามิโคจิให้ผู้คนได้รู้จักมากขึ้น

คามิโคจิได้รับเลือกให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ในฐานะที่มีทัศนียภาพที่งดงามทรงคุณค่าหลายแห่งของญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวญี่ปุ่น ในทุกๆปี ทิวทัศน์ในคามิโคจิ เช่นบึงไทโช บึงเมียวจิน และแม่น้ำอะซุสะที่ใสสะอาด ได้สร้างความประทับใจแก่ผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนกว่าปีละ 1ล้าน 5แสนคน อาจารย์ซาซาฮาระเองก็เป็นหนึ่งในผู้คนเหล่านี้ที่หลงเสน่ห์ในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในคามิโคจิ เราได้พูดคุยกับอาจารย์ซาซาฮาระว่าสิ่งใดกันที่ทำให้เขายังคงไม่หยุดที่จะถ่ายภาพวิวและดวงดาวในคามิโคจิมาจนถึงปัจจุบัน

ความรู้สึกตกหลุมรักทิวเขาที่เรียงรายกับสายน้ำสีฟ้าใสสะท้อนแสงระยิบระยับ

- อะไรที่ทำให้อาจารย์เริ่มต้นถ่ายภาพธรรมชาติในคามิโคจิ?

อ.ซาซาฮาระ: ความจริงครั้งแรกที่ผมมาคามิโคจิคือเมื่อสิบปีก่อน ครั้งนั้นมาทำงานถ่ายภาพอาหารให้กับโรงแรมเลอมิเอสต้า วันนั้นเป็นช่วงฤดูฝน อากาศขมุกขมัว แต่ถึงกระนั้นผมก็จำได้ว่าตอนนั้นพอได้ก้าวลงจากรถ ก็ถึงกับอึ้งไปกับกว่าความใสสะอาดของแม่น้ำที่ไหลผ่านหน้าโรงแรม ความสงสัยว่าคามิโคจิในวันที่อากาศแจ่มใสจะเป็นยังไงทำให้ผมตัดสินใจที่จะกลับมาที่นี่อีกครั้ง ครั้งที่สองทันทีที่ก้าวลงจากรถบัสที่บึงไทโช ผมถึงกับตะลึงงันไปกับวิวภูเขา แม่น้ำและบึง ตั้งแต่ตอนนั้นมา ผมก็ตัดสินใจเลยว่าจะต้องกลับมาถ่ายรูปคามิโคจิเดือนละครั้ง

©SASAHARA ภาพถ่ายของอาจารย์ซาซาฮาระที่แขวนอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมเลอมิเอสต้า

ตอนแรกผมก็แค่ถ่ายรูปลงบล๊อกส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานเลย แต่ผ่านไป 3 ปี ก็เริ่มมีคนเข้ามาขอใช้รูปของผมไปลงโปสเตอร์หรือใช้ในโฆษณา ผมรู้สึกดีที่รูปของผมได้มีส่วนที่ทำให้คนได้รู้จักความสวยงามของคามิโคจิมากขึ้น

อันที่จริงมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้คามิโคจิทำให้เต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้คนอื่นได้เห็นคือ วิวทิวทัศน์คามิโคจิวิวเดียวกันกับที่ผมได้เห็นในครั้งแรก วิวคามิโคจิเดียวกันที่แม่น้ำสีฟ้าใสสะท้อนแสงเป็นประกายตัดกับภูเขาตระการตา ผมพยายามที่จะไม่แต่งภาพให้มากที่สุด เพราะผมอยากจะเก็บภาพและถ่ายทอดธรรมชาติของคามิโคจิให้ใกล้เคียงกับของจริงที่สุด กระทั่งปัจจุบันนี้ผมก็ยังรู้สึกอย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ค้นหาความงามที่ไม่มีที่ไหนเหมือนของทิวทัศน์คามิโคจิในแต่ละฤดูกาล

- อาจารย์ได้ถ่ายภาพคามิโคจิมาแล้วทุกฤดูกาล อาจารย์คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของคามิโคจิในแต่ละฤดู?

อ.ซาซาฮาระ: ผมได้เห็นคามิโคจิในมุมมองใหม่ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงในแต่ละฤดูกาล และทุกๆครั้งที่มาคามิโคจิ ผมก็ยังได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆเสมอ ผมคิดว่าสิ่งนี้แหละที่ทำให้ผมต้องกลับมาคามิโคจิครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างในฤดูใบไม้ผลิก็จะเป็นฤดูที่เริ่มปีนเขากัน บนภูเขายังก็มีหิมะหลงเหลืออยู่ สีของหิมะ แม่น้ำและต้นไม้นั้นตัดกันสวยงามมาก นอกจากนี้ยังเป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมากันด้วย โดยส่วนตัวเป็นฤดูที่ผมชอบที่สุด
ส่วนหน้าร้อนก็เป็นฤดูที่สวยมากเหมือนกัน เพราะหิมะละลายหายไปหมดแล้ว ทำให้สามารถเห็นต้นไม้สีเขียวเฉดต่างๆที่ค่อยๆเปลี่ยนสีไปตามเวลา ยิ่งเสริมให้แม่น้ำสีฟ้าใสดูสวยงามมากขึ้นไปอีก และในฤดูนี้ยังสามารถเห็นทางช้างเผือกทันทีที่ฟ้ามืดได้อีกด้วยและถ้าพูดถึงฤดูใบไม้ร่วงในคามิโคจิ ก็ต้องนึกถึงต้นสนญี่ปุ่นที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง สีเหลืองของใบไม้จะยิ่งสดสวยยิ่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเดือนตุลาคม ภาพของภูเขาทั้งลูกที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองนี้เป็นอะไรที่สามารถเห็นได้ที่คามิโคจิเท่านั้นสุดท้ายคือฤดูหนาว เนื่องจากอุโมงค์ที่เชื่อมต่อคามิโคจิปิด การเดินเท้าเป็นทางเดียวที่จะเข้ามาในคามิโคจิได้ ดังนั้นจึงมีแค่ไม่กี่คนที่จะได้เข้าไป ถึงอย่างนั้นครั้งหนึ่งผมก็ยังได้เจอนักท่องเที่ยวชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งตั้งใจมาคามิโคจิในฤดูหนาวที่ไม่มีใครเลย เพียงเพื่อที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบนี้

ผมเองไม่เคยเบื่อที่จะถ่ายรูปคามิโคจิเลย เพราะแม้จะเป็นวันเดียวกัน สถานที่เดียวกัน แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่นตำแหน่งของเมฆไปจนถึงกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่เปลี่ยนไป ทำให้เราได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่ไม่ซ้ำเดิม ถ้ามีโอกาสผมอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสคามิโคจิในมุมต่างๆแบบผมบ้างสักครั้งนะครับ

สายน้ำ ทางช้างเผือกและดวงดาว: ความกลมกลืนของวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ชมได้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่ค้างแรมในคามิโคจิ

©SASAHARA

- นอกจากภาพวิวทิวทัศน์แล้ว อาจารย์ยังถ่ายรูปดาวในคามิโคจิมาหลายปี อาจารย์คิดว่าอะไรที่ทำให้ท้องฟ้าที่นี่พิเศษกว่าที่อื่น?

อ.ซาซาฮาระ: ผมอยากให้ทุกคนได้มาเห็นกับตาตัวเองจริงๆว่าภูเขา ผิวน้ำและท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวที่คามิโคจินั้นสวยแค่ไหน เมื่อไม่นานมานี้เองที่ผมได้เที่ยวไปพูดแนะนำการดูดาวที่คามิโคจิตามที่ต่างๆ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้การดูดาวที่นี่พิเศษกว่าที่อื่น คือการที่เราสามารถดูดาวพร้อมๆไปกับวิวภูเขาและแม่น้ำ ทางช้างเผือกจะปรากฎให้เห็นเหนือแม่น้ำด้านหน้าโรงแรมเลอมิเอสต้า สวยงามโรแมนติกมากๆ ซึ่งคนที่พักค้างคืนในคามิโคจิเท่านั้นที่จะสามารถชมได้

เมื่อ 7 ปีก่อน ผมได้ลองจัดกิจกรรมสอนถ่ายภาพดวงดาวสำหรับแขกที่พักที่โรงแรมเลอมิเอสต้าเป็นครั้งแรก ปรากฎว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งจากแขกที่ร่วมกิจกรรมและโรงแรม ตั้งแต่นั้นมาก็เลยได้ทำมาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้ ความจริงแล้วทางช้างเผือกที่ผมเห็นครั้งแรกตอนเริ่มกิจกรรมที่ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมสนใจและสนุกไปกับการถ่ายดาวในคามิโคจิมากขึ้นไปอีก เวลาที่ดีที่สุดในการถ่ายดาวคือช่วงเดือนก.ค.- ส.ค. ประมาณเวลา 2-3 ทุ่ม เป็นประสบการณ์ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตนเองนะครับ

มาร่วมสร้างความทรงจำที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตด้วยกล้องถ่ายรูปของคุณเองกับการถ่ายภาพดวงดาว

- อาจารย์จัดกิจกรรมสอนถ่ายภาพดาวที่โรงแรมเลอมิเอสต้าทุกเดือน อาจารย์ให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุดเวลาถ่ายภาพกับแขกที่มาร่วมกิจกรรม?

อ.ซาซาฮาระ: ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ทำให้ทุกคนสามารถร่วมสนุกไปกับการถ่ายภาพในสถานที่พิเศษๆแบบนี้ได้ ไม่ว่าจะมาเพียงคนเดียวหรือมากันเป็นครอบครัว ผมโชคดีที่มีแขกที่เป็นมาพักเป็นประจำทุกปี รวมถึงแขกที่เดินทางมาจากที่ไกลๆเพื่อที่มาร่วมกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ แขกบางคนถึงขั้นตื้นตันจนน้ำตาไหลและขอบคุณผมที่ช่วยทำให้ได้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไประยิบระยับไปด้วยดาว ถ้าเราสามารถเป็นตัวของตัวเองและชื่นชมกับธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้าได้ ผมคิดว่าท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวจะต้องประทับอยู่ในความทรงจำได้อย่างแน่นอนเมื่อช่วงแรกๆที่เริ่มกิจกรรมถ่ายดาวเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีใครถ่ายภาพดาวกันเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันกล้องถ่ายรูปพัฒนาไปมากกว่าแต่ก่อน กล้อง mirrorless ธรรมดาๆก็สามารถถ่ายภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวได้ง่ายๆ และเดี๋ยวนี้บางคนก็ชอบที่จะใช้กล้องดูดาวส่องดูและถ่ายดาวอังคารหรือดวงดาวอื่นๆด้วย

ผมอยากให้คนได้รู้จักคามิโคจิที่แต่งแต้มไปด้วยดวงดาวในตอนกลางคืนและมาถ่ายรูปกันเยอะๆ ถึงแม้ว่าสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวย ผมก็พยายามที่จะรออยู่ข้างนอกให้นานที่สุด เพื่อที่จะได้แนะนำแขกที่อยากจะถ่ายดาว ถ้าใครได้มีโอกาสมาคามิโคจิ อยากให้ลองมาค้างคืนและเพลิดเพลินไปธรรมชาติและดวงดาวที่นี่กันนะครับ

ข้อมูล

“กิจกรรมถ่ายภาพดวงดาว” กับอาจารย์ซาซาฮาระ ฮิซาโนะริ

จำกัดเฉพาะแขกที่พักที่โรงแรม Kamikochi Lemeiesta เท่านั้น!

เวลา

เริ่มตั้งแต่ประมาณ 2 ทุ่ม

ค่าใช้จ่าย

ไม่เสียค่าใช้จ่าย (เฉพาะแขกที่พักที่โรงแรมคามิโคจิเลอมิเอสต้าเท่านั้น)

อุปกรณ์ที่จำเป็น

กล้อง SLR / DSRL / Mirrorless ขาตั้งกล้อง(ที่โรงแรมมีให้ยืมจำนวนจำกัด) เสื้อกันหนาว

> คลิกที่นี่

KAMIKOCHI LEMEIESTA HOTEL

โรงแรมคามิโคจิเลเมเอสต้าตั้งอยู่ในคามิโคจิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่รีสอร์ทชั้นนำของญี่ปุ่น ห้อมล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์แห่งญี่ปุ่นอันแสนงดงาม แขกสามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินชมธรรมชาติในตอนกลางวัน และชมดาวเป็นล้านดวงในยามค่ำคืน บ่อน้ำพุร้อนแบบธรรมชาติ 100% กับอาหารฝรั่งเศสขนานแท้ทำให้การเข้าพักของคุณมีความหรูหราเพิ่มขึ้น

> Reservation
> Learn more

เดินทางท่องบ้านเกิดศิลปินยาโยอิ คุซามะด้วย “งานศิลป์เคลื่อนที่” เพียงหนึ่งเดียวในโลก

บทความที่คุณอาจสนใจ

ใครว่าคามิโคจิไปตอนฤดูหนาวไม่ได้ แอดมินจะพาไปเอง

เดินเล่นท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่หมู่บ้านชิราคาว่าโกะ!