ชมคอลเลคชั่นภาพอุคิโยะเอะ “โลกแห่งความล่องลอย” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

05 ธ.ค. 2019

เนื้อหาบทความ

  1. 1. การสร้างสรรค์ผลงานอุคิโยะเอะ
  2. 2. พิพิธภัณฑ์ภาพอุคิโยะเอะแห่งญี่ปุ่น
  3. 3. เวลาทำการและค่าเข้าชม
  4. 4. วิธีการเดินทาง

หลายคนคงจะคุ้นเคยกันดีกับภาพเรือ 2 ลำที่กำลังลอยอยู่บนคลื่นยักษ์กับภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ข้างหลัง ภาพนี้มีชื่อว่า “คลื่นยักษ์นอกฝั่งคานางาวะ” (The Great Wave off Kanagawa) ผลงานของคะซึชิคะ โฮะคุไซ ศิลปินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของยุคเอโดะ อย่างไรก็ตามสิ่งที่โฮะคุไซสร้างสรรค์ขึ้นมาที่จริงแล้วไม่ใช่ภาพวาด แต่เป็นภาพจากแม่พิมพ์แกะสลัก งานศิลปะแบบนี้เรียกว่า “อุคิโยะเอะ” (Ukiyo-e) แปลตรงตัวได้ว่า “ภาพแห่งโลกอันล่องลอย”

ภาพอุคิโยเอะพัฒนาขึ้นในศตวรรษที่ 17 ช่วงยุคเอโดะ ซึ่งเป็นยุคที่การค้าเศรษฐกิจเฟื่องฟูมาก ทำให้วิถีชีวิตของคนในเมืองสมัยนั้นหมกมุ่นอยู่แต่กับความสนุกสนานบันเทิงและเรื่องทางโลก การใช้ชีวิตอย่างล่องลอยไร้แก่นสารนี้ได้ถูกนำเสนอออกมาในภาพอุคิโยะเอะ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อเรียกศิลปะแขนงนี้

ในภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าผู้คนใช้ชีวิตโดยสนใจแต่เรื่องสนุกสนานบันเทิง

การสร้างสรรค์ผลงานอุคิโยะเอะ

การทำภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ อธิบายง่ายๆก็คือพิมพ์ภาพจากแท่นไม้ลงบนกระดาษ อย่างไรก็ตามขั้นตอนในการทำต้องผ่านกระบวนการประณีตหลายขั้นตอนกว่าจะออกมาเป็นผลงานหนึ่งชิ้น ดังนั้นส่วนใหญ่จะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเป็นทีมของคนที่เชี่ยวชาญในแต่ละแขนง ได้แก่ ช่างวาด (eshi) ที่ทำหน้าที่ออกแบบภาพ ต่อมาคือช่างแกะไม้ (horishi) ทำหน้าที่แกะสลักแม่พิมพ์ไม้ตามที่ช่างวาดวาดไว้ ซึ่งจะส่งต่อให้ช่างพิมพ์ (surishi) ทำหน้าที่พิมพ์ภาพลงบนกระดาษหรือวัสดุอื่นๆ และสุดท้ายคือสำนักพิมพ์ (hanmoto) ที่ทำหน้าที่จัดการเรื่องธุรกิจการขาย

จุดที่แกะสลักได้ยากที่สุดคือส่วนผมเพราะต้องอาศัยความละเอียดประณีตอย่างที่สุด

ขั้นตอนแรกในการสร้างสรรค์ภาพอุคิโยะเอะ เริ่มต้นที่การวาดภาพลงบนกระดาษบางด้วยหมึกสีดำ แล้วจึงนำไปติดกาวลงบนแท่งไม้ที่จะทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อให้ช่างแกะได้ใช้เป็นไกด์ไลน์ในการแกะสลักพิมพ์ หลังจากนั้นช่างวาดจะบอกให้ช่างพิมพ์รู้ว่าตรงไหนต้องใช้สีอะไรต่อไป

ทั้งภายนอกและภายในตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ออกแบบสไตล์โมเดิร์นเรียบง่าย เหมือนกับว่าตั้งใจจะให้เราโฟกัสความสนใจไปที่ตัวผลงานที่จัดแสดงมากกว่าตัวอาคาร

พิพิธภัณฑ์ภาพอุคิโยะเอะแห่งญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ภาพอุคิโยะเอะแห่งญี่ปุ่นอยู่ห่างจากสถานีมัตสึโมโต้เพียง 25 นาทีโดยรถบัส ที่นี่ได้รวบรวมภาพพิมพ์อุคิโยะเอะไว้มากกว่า 100,000 ชิ้น เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัวที่รวบรวมผลงานไว้มากที่สุดของโลก ผลงานทั้งหมดเป็นการสะสมของคนในตระกูล Sakai และส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เนื่องจากจำนวนผลงานที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จึงได้มีการนำผลงานออกไปแสดงที่ต่างประเทศ และในที่สุดปี 1982 ก็ได้เปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นที่มัตสึโมโต้เพื่อเวียนนำผลงานออกมาจัดแสดงสับเปลี่ยนกันทุกๆ 2-3 เดือน

ผลงานชิ้นโบว์แดงหลายชิ้นถูกนำมาจัดแสดงที่นี่เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ชมและพิจารณากันอย่างใกล้ชิด

ภาพ “ทัศนียภาพใหม่ของศาลเจ้าคาเมโดะเท็นมันกู” (A New Perspective of Kameido Tenmangu Shrine) โดยคะซึชิคะ โฮะคุไซ

นอกจากผลงานของปรมาจารย์อย่างคะซึชิคะ โฮะคุไซแล้ว ก็ยังมีภาพพิมพ์โดยฮิโระชิเงะและคุนิโยะชิ อีกสองปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องภาพพิมพ์อุคิโยะเอะด้วย ข้างๆภาพมีคำอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นอังกฤษกำกับ ทำให้เราพอจะเข้าใจเรื่องราวในภาพที่ต้องการสื่อได้

ในภาพคือรูปผู้คนที่เข้าร่วมการเชิดสิงโตในงานเทศกาล
รูปผู้ชายแต่งตัวเป็นปลาหมึกยักษ์ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงเต้นรำหรือแค่แต่งเพื่อความสนุกเฉยๆ
ผู้ชายร่างยักษ์ข้างขวากำลังเอร็ดอร่อยกับโซบะของดังจังหวัดนากาโนะ และดูเหมือนว่าผู้ชายทางด้านซ้ายกำลังกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นอาหารมื้อต่อไปหรือเปล่า!

นิทรรศการที่กำลังจัดแสดงในตอนนี้มีชื่อว่า “Annual Events in Edo; Pleasures of the Seasons” นำเอาผลงานคอลเลคชั่นซึ่งเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนในยุคเอโดะในแต่ละฤดูกาลทั้ง 4 ของญี่ปุ่นออกมาโชว์ โดยภาพพิมพ์หลายชิ้นบอกเล่าถึงบรรยากาศเทศกาลต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในวัฒนธรรมญี่ปุ่น นิทรรศการนี้สามารถชมได้ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2019

หลังจากที่เวียนชมผลงานทั้งหมดเสร็จแล้ว สามารถแวะดูร้านค้าด้านข้างทางเข้าพิพิธภัณฑ์ ถึงแม้ร้านจะไม่ใหญ่โตอะไร แต่ก็มีสินค้าเกี่ยวกับภาพอุคิโยะเอะวางขายอยู่หลากหลายประเภท เช่นพวกโปสการ์ด แม่เหล็ก ภาพพิมพ์ออฟเซ็ตของผลงานอุคิโยะเอะชิ้นเอก เป็นด้น

โปสการ์ดภาพซามูไรนักรบที่ดูเหมือนออกมาจากยุคญี่ปุ่นโบราณก็มี หรือจะเลือกภาพภูเขาไฟฟูจิหรือคลื่นยักษ์อันโด่งดังก็ไม่ว่ากัน!

ในร้านค้าพิพิธภัณฑ์มีขายภาพอุคิโยะเอะขนาดใหญ่ ราคาไม่แพงมาก สามารถนำไปติดผนังที่บ้านได้ด้วย

ดื่มด่ำกับงานศิลปะมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมและซื้อของฝากเสร็จแล้ว ใครที่ชอบสะสมตราปั๊มเวลาไปสถานที่ต่างๆ ก่อนกลับอย่าลืมแวะเก็บตราปั๊มของที่นี่ด้วยนะ! รับรองว่าของที่นี่ไม่เหมือนที่ไหน มีหลายสีให้ปั๊มซ้อนกันประกอบเป็นรูปเดียว เลียนแบบวิธีการพิมพ์ภาพอุคิโยะเอะจริงๆ

ด้านนอกห้องจัดแสดงมีวิดีโอบรรยายความเป็นมาของภาพพิมพ์อุคิโยะเอะและขั้นตอนในการผลิตด้วย

นอกจากที่พิพิธภัณฑ์แล้ว ไม่ไกลจากสถานี ใกล้ๆกันกับห้าง PARCO ก็มีร้านค้าของพิพิธภัณฑ์ด้วย ถ้าใครมีเวลาไม่พอไปพิพิธภัณฑ์ก็สามารถแวะเข้าร้านนี้ในเมืองเพื่อหาของฝากก็ได้ ดูพิกัด

ใครที่มีความสนใจด้านศิลปะโดยเฉพาะศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น ถ้ามาเที่ยวมัตสึโมโต้ ห้ามพลาดที่จะแวะมาที่นี่เด็ดขาด!

เวลาทำการและค่าเข้าชม

เวลาทำการ: 10:00 – 17:00 น. (สามารถเข้าได้ถึงเวลา 16:30 น.)
วันหยุด: ปิดทุกวันจันทร์ (ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะหยุดวันรุ่งขึ้นแทน)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / นักเรียน 500 เยน / เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าฟรี

ป้ายรถบัสหน้าพิพิธภัณฑ์

วิธีการเดินทาง

จากสถานีมัตสึโมโต้ (ทางออก Alps) นั่งรถบัสทาวน์สนีกเกอร์ (Town Sneaker) สายทิศตะวันตก มาลงที่ป้าย Ukiyo-e Hakubutsukan/Rekishinosato รอบรถบัสมีไม่บ่อยนัก และจะจอดที่หน้าสถานีเฉพาะบางรอบเท่านั้น ถ้าไม่แน่ใจถามคนขับก่อนขึ้นก็ได้ ดูตารางเวลารถบัส

ค่าโดยสารเที่ยวละ 200 เยน หากใครที่จะไปเที่ยวที่อื่นในมัตสึโมโต้ด้วย แนะนำให้ซื้อเป็นพาส Town Sneaker One-Day Bus Ticket (ราคา 500 เยน) สามารถนั่งรถบัสทาวน์สนีกเกอร์ได้กี่รอบก็ได้ในหนึ่งวัน ถ้านั่ง 3 ครั้งก็คุ้มแล้ว หรือจะซื้อ Matsumoto One Day Pass (ราคา 800 เยน) ก็ได้ พาสชนิดหลังนี้จะครอบคลุมทั้งรถบัสทาวน์สนีกเกอร์และรถบัสที่ไปอาซามะออนเซ็น (Asama Onsen) และอุสึกุชิกาฮาระออนเซ็น (Utsukushigahara Onsen) ด้วย พาสทั้ง 2 ชนิดมีส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆด้วย สามารถซื้อได้ที่ท่ารถบัสมัตสึโมโต้

สำหรับการเดินทางสู่เมืองมัตสึโมโต้ สามารถตรวจสอบดูตารางรถบัสสายหลักได้ทางด้านล่าง
● ชินจูกุ – มัตสึโมโต้
● นาโกย่า – มัตสึโมโต้
● โอซาก้า/เกียวโต – มัตสึโมโต้
● ทาคายาม่า – มัตสึโมโต้
● สนามบินนาริตะ/โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท® – มัตสึโมโต้

สกีรีสอร์ทฮาคุบะ – ดินแดนแห่งความสนุกในฤดูหนาว
เวียนกินจนพุงกาง: สุดยอดโซบะ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นที่โทะกากุชิ

บทความที่คุณอาจสนใจ

ปีนยอดเขาที่สูงที่สุดของภูเขาโนะริคุระ (3,026 ม.) ภายในแค่ 3 ชั่วโมง!

พาไปเทรกกิ้งชม “บึงฮัปโป” @ฮาคุบะ